Posted by: openmine | วันเสาร์ 13 กุมภาพันธ์ 2010

อดทน

บางครั้ง บางคน ก็มีความอดทนที่น้อย กับสิ่งรอบๆ ตัวที่ผ่านเข้ามา ทั้งทางสัมผัสต่างๆ นำเข้าและตีความหมายไปต่างๆ นาๆ นานวันเข้าสิ่งที่นำเข้ามาเหล่าหนี้กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะฝืน ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เข้ามาในชีวิตเราแล้ว เราจะทำอย่างไรที่จะแก้ไข ถ้ารู้ว่าไม่ดี และอะไรเป็นตัวบอกว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งไม่ดี

บางครั้ง บางเวลา เรากลับไม่รู้จักหน้าที่ ว่าควรทำอะไรอย่างไร ผูกตนเองกับสิ่งแวดล้อม แล้วโทษสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา โดยลืมหันกลับมามองดูตัวเราเอง

บางครั้ง บางการกระทำ เป็นสิ่งที่ดี เราเคยคิดดี คิดถูก แต่แล้วด้วยความคิดบางอย่าง ที่อาจเป็นความเป็นคนในตัวเรา บอกเราให้ทำไปตามสัญชาตญาณ แต่เมื่อผิดไปแล้ว พลาดไปแล้ว เรากลับมามองดูแล้วก็เสียใจ และปล่อยให้เลยผ่านโดยไม่นำมาทบทวน ว่าเกิดจากอะไร ตรงไหน ทำไมถึง ตกหลุมพลางของธรรมชาติ

บางครั้ง บางความเป็นจริง ก็เจ็บปวด แต่แล้วเราจะมีความสุข และสุขุมกับเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามา แล้วเลือกที่จะทำให้เกิดประโยชน์ หรือความสุขกับคนอื่นๆ ได้บ้างอย่างไร ในเมื่อเรายังไม่ได้หันมามองตัวเราเอง

ทุกๆ สิ่งหล่อหลอมให้เป็นตัวเราในวันนี้ เราคงสรุปไม่ได้ว่าที่ทำไปแล้ว ดีหรือไม่ แต่เราเลือกที่จะทำวันนี้ให้ดีได้ เมื่อรู้สึกตัว ยอมรับสิ่งที่ไม่ดีในตัว และพร้อมที่จะแก้ไข อย่างสุดกำลังและสิ่งสำคัญที่จะทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ และผ่านพ้นไปได้เราก็ต้อง อดทน

พรุ่งนี้วันแห่งความรัก และวันปีใหม่ของชาวจีน ขอให้ทุกท่าน มีความรักที่บริสุทธิ์ ให้กันและกัน

Posted by: openmine | วันจันทร์ 19 มกราคม 2009

หัวเลี้ยวหัวต่อ

วันนี้ได้อ่านกระทู้หนึ่งใน narisa แล้วรู้สึกว่ามันตรงกับความรู้สึกในช่วงนี้เลย เพราะช่วงนี้รู้สึกว่ายังหาเป้าหมายในชีวิตไม่พบ และยิ่งห่างไกลออกไปทุกที (จริงๆ ก็รู้สึกมาได้สักพักแล้ว)

ความตั้งใจที่เคยมีในอดีต บวกกับแรงบันดาลใจ ก็ลดลง ตอนนี้ก็หาวิธีนำตัวเองกลับเข้าสู่ สัจธรรมที่แท้จริง ที่ใจต้องการ

ทำอย่างไร ถึงจะหลุดออกจาก วัฐจักรเหล่านี้สักที ?

สำหรับคำของคุณ minimalist ที่ผมรู้สึกประทับใจมากในกระทู้นี้คือ

สำหรับ ประสบการณ์… ผมเชื่อว่า ไม่จำเป็นต้องซื้อประสบการณ์ด้วยเวลามากมาย
เพราะ ‘ประสบการณ์’ ก็คือ ‘เหตุการณ์’ ที่ ‘ประสบ’ มา ดังนั้นหากอยากมีเหตุการณ์ที่ประสบมามาก ๆ ก็ต้องใช้เวลามาก ๆ เช่นกัน

ดังนั้น หากต้องการใช้เวลาน้อย ๆ ต้องรู้จักเลือก ‘เหตุการณ์’ ที่อยากจะ ‘ประสบ’ จะได้ไม่เสียเวลานาน

เพราะ ‘ประสบการณ์’ ก็คือ ‘เหตุการณ์’ ที่ ‘ประสบ’ มา ดังนั้นหากอยากมีเหตุการณ์ที่ประสบมามาก ๆ

ทางลัดอีกวิธีที่ผมเชื่อมั่นและยืนยันว่าได้ผล คือ ฝึก จิต สมาธิ และปัญญา (เข้าพุทธศาสนาอีกแล้ว) แล้ว Realize ประสบการณ์ของคนอื่นเขา ด้วยการ อ่าน ถาม พูดคุย ฟัง (เช่นงานสัมนา) แล้วจินตนาการ ให้เหมือนว่าเราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นเอง…

สำหรับ ประสบการณ์… ผมเชื่อว่า ไม่จำเป็นต้องซื้อประสบการณ์ด้วยเวลามากมาย

” ไม่มีใครรู้และเข้าใจทั้งมวลในโลกนี้ ด้วยเวลาเพียงชั่วชีวิตเดียว ประสบการณ์ที่สะสมมาแรมปี…
เป็นเพียงเสี้ยวของเหตุการณ์ในโลกสมมติ “

ที่มา: http://www.narisa.com/forums/index.php?showtopic=16207

Posted by: openmine | วันจันทร์ 12 มกราคม 2009

วันนี้วันที่ 12 มกราคม

        หนึ่งเดือนแล้ว เมื่อวันที่ 11 เดือนที่ผ่านมาได้พยายามที่จะเอาชนะใจตนเอง เอาชนะกิเลส ซึ่งก็ทำได้ดีระดับหนึ่ง เป็นเวลาเกือบเดือนเลยจนหลังจากปีใหม่ ก็กลับมาทำอะไรแย่ๆ เหมือนเดิมอีก เป็นวัฐจักรไม่รู้จักสิ้นสุด
        ช่วงนี้เหนื่อยๆ ยังไงชอบกลอยากพักให้หายเหนื่อยจัง มักจะเป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ แต่ก็มักจะคิดว่าเดี่ยวมันก็ผ่านไป อยากทำอะไรดีๆ ให้กับตัวเอง พอนึกได้ก็คิดว่าจากนี้ไปก็มาพยายามกันอีกที แต่คราวนี้ทำด้วยความสนุก
        วันนี้ตอนเช้าได้ฟังวิทยุช่องหนึ่งพูดให้กำลังใจผู้ฟังดี ฟังทีแรกก็คิดว่าคนๆ นี้พูดไม่เก่งเลย แต่พอฟังๆ ไปกลับรู้สึกได้ถึงความหวังดีของคนๆ หนึ่งต่อเพื่อนมนุษย์ (ขนาดนั้น) พอคิดได้ก็เลยคิดต่อไปว่า ถ้าสนุกกับชีวิตมากกว่านี้ อะไรๆ ก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอน…
        ยังไงก็ตั้งใจทำ ด้วยความมี “สติ” (สำคัญมากสำหรับเราเพราะเราชอบขาดสติทั้งๆ ที่ยังตื่นอยู่ เหมือนกับปลาที่ตายแล้ว มักจะปล่อยตัวเองให้ลอยไปตามน้ำ) และ “ทำงานด้วยความสนุกสนานเหมือนกับ การเล่นกีฬา” คำๆ นี้ได้ยินมาจากพุทธทาส และเป็นคำที่ชอบจริงๆ (แต่มักทำไม่ค่อยได้เพราะชอบขาดสติเคียดกับงาน 555)
        จากนี้ไปก็สนุกให้เต็มที่เลยแล้วกัน และตั้งอยู่ในความมีสติ เอาชนะกิเลส ในตัวเองให้ได้ เริ่มจากตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะนั่งสมาธิให้ได้ 5 นาที จนสิ้นเดือนนี้เลย

Posted by: openmine | วันพุธ 7 มกราคม 2009

ความกล้า

“กล้าที่จะบังคับใจใครอีกคนหนึ่ง”
อาจดูเหมือนเป็นการหวังดีกับอีกคน มากกว่าการตามใจอะไรก็ได้

บางทีคนหนึ่งอยากให้อีกคนหนึ่งเป็นตัวของตัวเอง แต่ไม่แน่เสมอไปว่าอีกคนต้องการหรือไม่ ไม่มีอะไรที่จะคาดเดาได้แน่นอน เราควรวางใจให้เป็นกลาง เพื่อพร้อมรับกับทุกสถานการณ์

Posted by: openmine | วันจันทร์ 5 มกราคม 2009

วันทำงานวันแรก

วันนี้เป็นวันทำงานวันแรกของปี 2009 มาทำงานแต่เช้าเลย วันนี้จริงๆ มีงานเยอะแต่ไม่รู้จะทำอะไร ทำไมบางครั้งรู้สึกว่าว่างมาก ทั้งๆ ที่มีงานรออยู่ (บางทีรู้สึกว่าไม่อยากทำ) แต่จะเลือกงานก็คงไม่ได้ ยังไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเดี่ยวนี้เป็นแบบนี้ ต้องหัดมองโลกในแง่บวกมากกว่านี้

“โลกวันนี้ดูเศร้าจัง” เป็นอะไรไป ทำไมไม่รู้สึกสบายใจมานานแล้ว…

หลายๆ ครั้งที่อยากพัก แต่การพักที่แท้จริงในวันนี้ยังไม่สามารถสัมผัสได้เลยจริงๆ เหมือนล้า ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มอะไรมานานแล้ว แข็งแรงกว่านี้อีกหน่อยแล้วเดินหน้าต่อไป…

Posted by: openmine | วันอาทิตย์ 4 มกราคม 2009

คำๆ หนึ่งที่จะเปลี่ยนชีวิต

“ต่อเนื่อง”

คำๆ เดียวที่เรายังขาดไป คำๆ เดียวที่จะเปลี่ยนชีวิตของคนๆ หนึ่งที่นั่งอยู่ตรงนี้ได้

        บางทีที่ท้อแท้และหมดหวังกับตนเอง บางทีที่รู้สึกอ่อนแอ หรืออ่อนล้า ขอเพียงยังมีกำลังใจที่ดีให้กับตนเอง บอกกับตัวเองให้ได้ว่า “ต้องทำได้” แล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี

        วันนี้รู้สึกว่าขาดสิ่งสำคัญไป และรู้สึกว่าพบมันแล้ว และต้องพยายามให้มากกว่านี้ในทุกเรื่องของชีวิต

Posted by: openmine | วันอังคาร 30 ธันวาคม 2008

จากนี้เป็นต้นไป

        จากนี้เป็นต้นไป เวลาลำบากหรือท้อแท้ใจให้นึกถึงความลำบากที่เราเคยผ่านมันมาได้แล้ว ครั้งหนื่งทั้งๆ ที่คนเรารักมาจากไป ไม่มีแม้แต่บ้านจะอยู่ ก็ยังผ่านมาได้ แล้วตอนนี้มันเรื่องเล็กมาก เป็นเรื่องที่เกิดจากตัวเราเอง ทำไมไม่แก้ไขด้วยตัวเราเองหล่ะ

Posted by: openmine | วันพุธ 17 ธันวาคม 2008

วิเคราะห์อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย

วันนี้อ่าน slide ของคุณ minimalist แล้วชอบเลยนำมาแปะไว้

วิเคราะห์อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย
ภาคการศึกษา

- สร้างความรู้พื้นฐานที่แข็งแกร่งให้แก่นักศึกษา
- นักศึกษาที่เห็นเงินเป็นพระเจ้า ไม่เข้าใจตัวตน มีหัวคิดบริโภคนิยม ทุนนิยม และวัตถุนิยม ตาม ‘Trend’ เด็กสมัยใหม่ ก็ปล่อยเขาไป ชีวิตของเขาเอง เขาจะต่อว่าสถาบันการศึกษาอย่างไรปล่อยเขาไป หรือถ้าให้การอบรมและความเข้าใจด้วยก็จะยิ่งดี
- ควรมีเวลาให้อาจารย์ได้ค้นคว้าวิจัยมากขึ้น และอาจารย์ต้องตามองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้ทัน
- ลดปัญหาการเมืองภายในและการมุ่งเน้นผลทางธุรกิจลง หรือสร้างสมดุลให้ลงตัว
- เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ค้นคว้าวิจัยเพิ่มขึ้นมาก ๆ ความรู้ที่อิงด้านอุตสาหกรรมก็แค่เกริ่นพอ ที่เหลือให้ไปศึกษาและฝึกเพิ่มเติมเอง เช่น Java, .NET, Oracle
- อย่าให้เวนเดอร์รายใหญ่เข้ามาแทรกแซงหลักสูตร การบริหาร มากเกินควร
- ภาคอุตสาหกรรมต่อว่าสถาบันการศึกษาและอาจารย์ ที่ไม่สร้างความพร้อมให้แก่เด็ก ก็ปล่อยเขาไป เพราะสถาบันการศึกษามีหน้าที่สร้างพื้นฐานให้ ความรู้เชิงอุตสาหกรรมเฉพาะด้านควรเป็นหน้าที่ของนักศึกษาเอง และภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มักไม่เน้นการลงทุนด้านทรัพยากรบุคคลและการจัดฝึกอบรม จึงอยากได้เด็กจบใหม่ที่ทำงานเป็น ซึ่งคงหาได้ยาก มันเป็นปัญหาไก่กับไข่ สาเหตุใหญ่อยู่ที่โครงสร้างทางสังคม วัฒนธรรม การศึกษา และ สถาบันครอบครัวที่ผุกร่อนอ่อนแอ

Posted by: openmine | วันอังคาร 16 กันยายน 2008

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวานนี้

        เมื่อวานนี้ผมคุยกับพ่อและแม่ พ่อมักจะคุยกันกับผมเสมอๆ เวลาที่ไม่มีใครคุยกับผม ก็ฟังพ่อคุยไปเลื่อยๆ เพลินดี (เพราะวันนี้ผมยังมีพ่อที่ผมรักได้ พูดคุยกัน) พอพ่อพูดจนไม่รู้จะพูดอะไรกับผมแล้ว ก็ส่งโทรศัพท์ต่อให้แม่ แม่บอกผมว่า

        เมื่อวานนี้ให้คนมาเก็บมะกอก กิโลละ 1 บาทเองเก็บไปได้ 300 กิโลกรัม แม่เล่าว่าก่อนหน้านี้ไม่กี่วันแม่เก็บมะกอกเอง ได้ประมาณ 300 กิโลกรัมเหมือนกัน(เก็บเองได้กิโลกรัมละ 2 บาท) เก็บกิ่งล่างๆ เหลือให้เขามาเก็บกิ่งสูงๆ ที่แม่เก็บไม่ถึง (ต้นมะกอกมีความสูงมากหลาย 10 เมตร) แม่บอกผมว่ากว่าจะได้ 300 กิโลกรัม แม่ก็ปวดเมื่อยทั้งตัวแล้ว คนที่รับจ้างเก็บนี่เก่งเก็บสูงๆ ได้ 300 กิโลกรัมเหมือนกัน ใช้เวลาไม่นาน แม่เก็บ 300 กิโลกรัมนี้เก็บทั้งวัน ตะก้อก็มีความยาวมากต้องใช้ทั้งตัวช่วยดึง

        พอผมฟังคำพูดของแม่แล้วการที่จะได้เงินมา 600 บาท (300 x 2) นี้สำหรับแม่แล้วไม่ง่ายเลย ต้องใช้กำลังใช้แรง เหนื่อยยากกว่าจะได้มา แม่บอกผมอีกว่าเราทำงานสบายแล้วก็ตั้งใจทำ ไม่ต้องมาเหนื่อยเหมือนแม่ เงิน 600 บาท สำหรับผมบางทีก็ดูน้อยนิด แต่เมื่อได้ฟังคำพูดของแม่แล้ว ผมจะจดจำไปตลอดว่ายังมีแม่และพ่อที่ต้องทนลำบากเพื่อผมอยู่ กว่าจะมีผมในวันนี้ได้ด้วยพระคุณของท่านทั้งสอง ผมจะตั้งใจให้มากกว่านี้ เป็นคนดีของสังคมและขยันทำงาน และต้องไม่ลืมครอบครัว ไม่ลืมสร้างความสุขให้กับครอบครัว ผมต้องเข้มแข็งให้ได้ ต่อจากนี้ไปต้องพยายามให้มากกว่านี้ หยุดความไม่ดี ที่หลอกลวงดูเหมือนเป็นความสุขที่จอมปลอมลงให้จงได้

ผมรักพ่อและแม่มากครับ…

Posted by: openmine | วันอาทิตย์ 14 กันยายน 2008

สิ่งที่จะต้องทำให้ได้ต่อจากนี้ไป

          วันนี้นั่งทำงานที่เรียนอยู่ ก็มานั่งทบทวนตัวเองไปด้วยว่าเรายังขาดอะไรอีกมากเลย (ขาดในสิ่งที่ตั้งใจว่าจะทำ) มากซะจนบางทีก็รู้สึกว่าเรามันแย่จริงๆ เลยนะ วันนี้ก็เลยตั้งใจจะมาลงรายการที่คิดว่าต้องทำให้ได้ลงแบบรายละเอียด เป็นสิ่งง่ายๆ แต่ทำไม่ได้สักที (สินะ) 5 5 5 ก็ตั้งใจทำให้ได้แล้วกันคราวนี้ เข้ามาทบทวน ทุกๆ วัน เลยนะจำไว้

          1. ตื่น ตี 5 หรือ 5.00 AM. (เพราะฉะนั้นต้องนอนก่อน 11.00 น.) ทำให้ได้ สู้สสส

          2. บอกกับตัวเองว่า “เราสุดยอดดดด” “เราทำได้” ไม่ว่าจะยากเพียงใดขอให้ใจต้องการทุกอย่างไม่ยากเกินความตั้งใจ จะมุ่งมั่นทำไปอย่าย่อท้อ อย่าให้ใครมาบั่นทอนความตั้งใจ ตั้งใจแล้วทำ ทำ ทำ ทุกอย่างจะสำเร็จได้

          3. ทบทวน “เป้าหมายในสิ่งที่ทำ” ทำทุกเช้า ไม่ว่าจะว่างหรือไม่ ให้จำได้ขึ้นใจ จำไว้ จำไว้ จำไว้ จำไว้ 5 5 5

          4. นั่งสมาธิวันละ 20 นาที ก่อนนอน (ไม่มีข้อยกเว้นนน) เพราะฉะนั้นถ้าดูจากข้อ 1. แล้วควรเริ่มนั่งตอน 10.30 น.

          5. ไปวิ่งสัปดาห์ละ 2 ครั้ง (เช้าวันเสาร์, เช้าวันอาทิตย์)

          6. ทำงานที่ทำงานทำให้เต็มที่

          7. กลับมาถึงบ้าน ไม่นั่งดู TV, ไม่เล่น Internet แบบไร้สาระ ต้องทำโปรเจค หรือไม่ก็ทบทวนเพื่อสอบคอมพลี ต้องทำได้

สุดท้ายก็ต้อง “ไม่ฟุ้งซ่าน” ตั้งใจให้ได้ดังเป้าหมาย แล้วทุกอย่างจะดีเอง ถ้าเราตั้งใจทำได้แน่นอน เมื่อถึงเวลาที่เราทำได้แล้วก็เผื่อแผ่ความตั้งใจของเรา สู่คนรอบข้าง อย่าละโมบ อย่าเห็นแก่ตัว และทำทุกวันให้เป็นวันดีๆ ทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” จำไว้ให้มั่น

Older Posts »

หมวดหมู่

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.